Skip to main content
x

ประวัติศูนย์ฯ


ปี 2541 ได้มีการตั้งเป็นฝ่ายสารสนเทศ สังกัดสำนักงานกลาง อาคารนิลุบล กุลแพทย์ ชั้น 2 โดยมีบุคลากรทั้งหมด 4 คน

ปี 2543 ได้ตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2543 ตามคำสั่งสภากาชาดไทย ที่ 646/2543 ลงวันที่ 29 กันยายน 2543 เรื่อง ตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และโอนเจ้าหน้าที่ โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 8 อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จญาณสังวร มีบุคลากรทั้งหมด 6 คน

ปี 2551 มีการปรับโครงสร้างศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยแยกเป็น 1 ฝ่าย และ 3 กลุ่มงาน ดังนี้ 1. ฝ่ายบริหารงานทั่วไป 2. กลุ่มงานแผนและพัฒนา 3. กลุ่มงานพัฒนาระบบสารสนเทศ 4. กลุ่มงานคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่าย โดยในโครงสร้างมีอัตรากำลังทั้งหมด 21 อัตรา โดยมีบุคลากรทั้งหมด 10 คน มีผู้อำนวยการฯ และรองผู้อำนวยการฯ 

ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ได้ย้ายมาอยู่ชั้น 10 อาคารเทิดพระเกียรติ สมเด็จญาณสังวร โดยปัจจุบันศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มีบุคลากรทั้งหมด 20 คน รวมผู้อำนวยการฯ และรองผู้อำนวยการฯ 

เมื่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศแล้ว เริ่มมีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตอย่างเป็นระบบมากขึ้น ด้วยความเร็วอินเทอร์เน็ตเริ่มต้นที่ 64 กิโลบิตต่อวินาที ในช่วงปี 2540 ได้รับการสนับสนุนช่องทางออกสู่อินเทอร์เน็ตจากโครงการพัฒนาข้อมูลข่าวสารสภากาชาดไทยบนอินเทอร์เน็ตในเครือข่ายกาญจนาภิเษกตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมทั้งการออกสู่อินเทอร์เน็ตผ่านทางคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ระบบงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในสภากาชาดไทย ได้เริ่มมีการพัฒนามาก่อนการตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยในปี 2537 ได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลือจากหลายหน่วยงาน เช่น การพัฒนาระบบฐานข้อมูลสมาชิกสภากาชาดไทย สนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในสภากาชาดไทยด้วยภาษาโคบอล 

ภายหลังการก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ ได้มีการพัฒนาเว็บไซต์สภากาชาดไทยและระบบสารสนเทศหลักในด้านงาน เงิน คน และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนงานตามภารกิจหลักของทุกหน่วยงานในสภากาชาดไทย โดยในปี 2550 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนานโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ สภากาชาดไทย เพื่อวางนโยบายแนวทางการดำเนินงาน ภาพรวม ทิศทางองค์กรด้าน ICT เสริมความเข้มแข็งทิศทางในการพัฒนางานภาพรวมให้กับสภากาชาดไทย

ภารกิจหลักตามข้อบังคับของสภากาชาดไทย 

พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสภากาชาดไทย เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง ให้คำปรึกษา และร่วมพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานอื่นๆ รวมทั้งมีหน้าที่พัฒนาบุคลากรและผู้บริหารให้มีศักยภาพในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการดำเนินงาน และสามารถใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ได้ทั้งภายในและภายนอกรวมทั้งต่างประเทศ

 

ภารกิจหลักที่หน่วยงานปฏิบัติจริง

  1. ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สภากาชาดไทย (ICT Master Plan) และแผนปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT Action Plan)
  2. บริหาร พัฒนา และให้บริการของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ สภากาชาดไทย
  3. พิจารณาให้ความเห็นชอบในการดำเนินการโครงการด้าน ICT
  4. ขับเคลื่อนการพัฒนาและการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสภากาชาดไทย
  5. ดำเนินการด้านนโยบาย การจัดหา จัดซื้อ การเช่าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
  6. ดำเนินการให้คำปรึกษา พัฒนา บำรุงรักษาและดูแลระบบความปลอดภัยของ Website ของสภากาชาดไทยและของหน่วยงานต่างๆ
  7. ดำเนินการด้านนโยบาย บริหารและพัฒนาบุคลากรด้าน ICT ของสภากาชาดไทย
  8. ดำเนินการจัดสัมมนา ฝึกอบรม ให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  9. ดำเนินการตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของสภากาชาดไทย พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562 และ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562

 

วิสัยทัศน์

สภากาชาดไทย มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนให้เป็นองค์กรสาธารณกุศลระดับชาติที่มีลักษณะเป็นพลวัตและนวัตกรรม เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเลิศและเป็นไปตามคติทัศน์คือ การบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

 

พันธกิจ

 พัฒนาและดำเนินงานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสนับสนุนพันธกิจหลักของสภากาชาดไทยแบบบูรณาการ บริการประชาชนและการบริหารจัดการเชิงรุก อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้หน่วยงานและสำนักงานต่างๆ ของสภากาชาดไทย โดยพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหาร ใช้ในการบริหารจัดการ ตัดสินใจ และเชื่อมโยงประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในสภากาชาดไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
  2. เพื่อพัฒนาให้ผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการติดต่อสื่อสารอย่างได้ผล
  3. เพื่อพัฒนาและสนับสนุนหน่วยงานต่างๆ ในสภากาชาดไทยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องและรวดเร็ว เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่าย
  4. เพื่อประชาสัมพันธ์และติดต่อสื่อสารกับสมาชิก ประชาชน รวมถึง สหพันธ์กาชาด และองค์การกาชาดในต่างประเทศด้วย